วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2558

ถ้ำมรกต จ.ตรัง

ท่านสามารถตรวจสอบโปรโมชั่น “ทัวร์ถ้ำมรกต จ.ตรัง”
ได้จากตารางราคาและหมายเลขโทรศัพท์ในกรอบทางด้านล่างตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 57 ครับ/ค่ะ



     ถ้ำมรกต
 คือ ถ้ำกลางท้องทะเลซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตกของ เกาะมุก อ.กันตัง จ.ตรัง ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ถ้ำแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen Thailand ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของ จ.ตรัง เพราะไม่ว่าใครที่ต้องการจะเดินทางเข้าไปชื่นชมความงดงามอันเป็นปริศนาภายในถ้ำมรกต ต่างก็ล้วนแล้วแต่จำเป็นต้องสวมใส่เสื้อชูชีพแล้วว่ายน้ำผ่านโถงถ้ำอันมืดมิดเป็นระยะทางยาวกว่า 80 เมตรเข้าไปค้นหาความลึกลับที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน
 


ถ้ำมรกต_1 ถ้ำมรกต_10

ในช่วงฤดูท่องเที่ยวจะมีเรือทัวร์จากเกาะลันตา จ.กระบี่
พานักท่องเที่ยวมายัง ถ้ำมรกต เกาะมุก จ.ตรัง ทุกๆ วัน
     ประวัติถ้ำมรกต
     ถ้ำมรกต มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งในหมู่ชาวบ้านท้องถิ่นว่า ถ้ำน้ำ เนื่องด้วยเหตุว่าถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำกลางทะเลและเส้นทางเข้า – ออกของถ้ำจะเปิดกว้างออกหรือหุบแคบลงจนกระทั่งปิดตามระดับน้ำทะเลที่ขึ้นลงระหว่างวัน หากคุณเดินทางมาเยือนถ้ำมรกตในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมก็อาจทำให้การว่ายน้ำเข้า – ออกจากถ้ำเป็นไปด้วยความยากลำบาก (โดยปกติทีมงานมัคคุเทศก์ประจำทัวร์ถ้ำมรกตจะต้องคอยตรวจสอบระดับน้ำขึ้นน้ำลงแล้วจัดสรรเวลาในการพานักท่องเที่ยวเข้า – ออกจากถ้ำอย่างเหมาะสมครับ) ส่วนสาเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมเรียกชื่อถ้ำแห่งนี้ว่า “ถ้ำมรกต” แทนที่จะเรียกกันว่า “ถ้ำน้ำ” ตามแบบชาวบ้านท้องถิ่น ก็เพราะในขณะที่เรากำลังว่ายน้ำออกจากถ้ำ.....เราจะสามารถมองเห็นแสงแดดส่องทะลุพื้นน้ำใสเบื้องล่างแล้วสะท้อนกลับขึ้นมาบนผิวน้ำและผนังถ้ำเป็นประกายสีเขียวเรืองรองคล้ายกับมรกตนั่นเอง


ถ้ำมรกต_41 ถ้ำมรกต_6

     ถ้ำมรกตถูกค้นพบเป็นครั้งแรกโดยกลุ่มราษฎรท้องถิ่นซึ่งว่ายน้ำเข้ามาหารังนกนางแอ่น.....ต่อมา.....ถ้ำแห่งนี้ก็ถูกใช้เป็นสถานที่ซุกซ่อนสมบัติซึ่งเหล่าบรรดาโจรสลัดปล้นสะดมมาได้อยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ครั้นเมื่อมีผู้คนรู้จักถ้ำมรกตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มโจรสลัดก็ได้ตัดสินใจย้ายสถานที่ซุกซ่อนสมบัติหนีไปยังแหล่งอื่น.....จวบจนท้ายที่สุด.....ถ้ำมรกตก็ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen Thailand ดังเช่นที่เราเห็นและรู้จักกันอยู่ในทุกวันนี้

ถ้ำมรกต_29 ถ้ำมรกต_23 ถ้ำมรกต_25 ถ้ำมรกต_28

ถ้ำมรกต_34


     โดยปกติ.....เรือนำเที่ยวทุกลำจะต้องจอดทอดสมอลอยลำอยู่บริเวณปากถ้ำมรกต แล้วมัคคุเทศก์ประจำทัวร์ก็จะนำกลุ่มนักท่องเที่ยวว่ายน้ำเรียงแถวผ่านโถงถ้ำอันมืดมิดเป็นระยะทางยาวกว่า 80 เมตรเข้าไปยังพื้นที่เปิดด้านใน (มัคคุเทศก์จะติดไฟส่องสว่างไว้บนศีรษะขณะว่ายน้ำนำกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้าไปภายในถ้ำมรกตครับ) และภายหลังจากที่นักท่องเที่ยวว่ายน้ำผ่านพ้นเส้นทางโถงถ้ำมาได้.....พวกเขาก็จะได้พบกับความน่าอัศจรรย์ใจซึ่งรอคอยอยู่
     พื้นที่ส่วนลึกสุดภายในถ้ำมรกตนั้นมีลักษณะเป็นหาดทรายสีขาวนวลอมน้ำตาลอ่อน เนื้อทรายเนียนละเอียด ตลอดแนวชายหาดกว้างมีโขดหินน้อยใหญ่กระจายตัวอยู่เป็นหย่อมๆ น้ำทะเลเป็นสีเขียวใสสวยงาม ด้านบนพื้นที่ส่วนนี้มีลักษณะคล้ายปล่องขนาดใหญ่ที่แสงแดดสามารถสาดส่องลงมาเป็นแหล่งพลังงานให้แก่พืชพรรณนานาชนิดทั้งหูกวาง.....จิก.....เตยทะเล.....บอน.....สลัดได.....จันทน์ผา.....ฯลฯ ว่ากันว่าพื้นที่ส่วนลึกสุดภายในถ้ำมรกตแห่งนี้เกิดขึ้นจากการยุบตัวของหินปูนในอดีต

ถ้ำมรกต_36

    
    สำหรับนักท่องเที่ยวที่ตัดสินใจเลือกซื้อทัวร์ถ้ำมรกต.....นอกเหนือไปจากการที่จะได้มีโอกาสเดินทางมาเยือนถ้ำแห่งความลี้ลับนี้แล้ว คุณก็ยังจะได้ไปดำน้ำตื้นที่เกาะไหง เกาะเชือก เกาะม้า และได้

้ไปพักผ่อนคลายอิริยาบถบนหาดทรายขาวๆ ของเกาะกระดานด้วย (กรุณาตรวจสอบ “โปรโมชั่นทัวร์ถ้ำมรกต” เพิ่มเติมได้จากตารางและหมายเลขโทรศัพท์ในกรอบทางด้านล่างครับ)
     ถ้ำมรกต เศษเสี้ยวแห่งความงดงามของเกาะมุก     เมื่อเรากล่าวถึงแหล่งท่องเที่ยวของ เกาะมุก จ.ตรัง ผู้คนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงเพียงแค่ “ถ้ำมรกต” ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen Thailand ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเท่านั้น หากแต่ในความเป็นจริงแล้วโดยรอบเกาะมุกยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามน่าสนใจอีกหลายแห่ง อาทิเช่น หาดฝรั่ง หาดสบาย หาดหัวแหลม อ่าวถ้ำใหญ่ เป็นต้น.....ทั้งนี้.....ทีมงานท่องเที่ยวดอทคอม (www.thongteaw.com) จะได้กล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เหล่านี้ในบทความช่วงถัดไป (กรุณา Click link ในตาราง “สถานที่ท่องเที่ยวแห่งอื่นๆ รอบเกาะมุก” ทางด้านล่างสุด เพื่อชมภาพถ่ายและข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งโดยละเอียดครับ)

               
ประเภทของโปรแกรมทัวร์้ถ้ำมรกต จ.ตรัง
ราคา (บาท)
ผู้ใหญ่
เด็ก

1. ทัวร์ถ้ำมรกต 1
 :เรือทัวร์จากหาดปากเมง จ.ตรัง
(ทัวร์ถ้ำมรกต เกาะมุก/เกาะกระดาน/เกาะเชือก/เกาะม้า)

750
490

2. ทัวร์ถ้ำมรกต 2 
:เรือเร็วจากหาดปากเมง จ.ตรัง
(ทัวร์ถ้ำมรกต เกาะมุก/เกาะกระดาน/เกาะเชือก/เกาะม้า)


1,350
1,100

3. ทัวร์ถ้ำมรกต 3 
:เรือเร็วจากเกาะลันตา จ.กระบี่
(ทัวร์ถ้ำมรกต เกาะมุก/เกาะกระดาน/เกาะเชือก/เกาะม้า)


1,490
750

4. ทัวร์ถ้ำมรกต 4 
:เรือด่วนจากเกาะลันตา จ.กระบี่
(ทัวร์ถ้ำมรกต เกาะมุก/เกาะกระดาน/เกาะเชือก/เกาะม้า)
1,190
600

5. ทัวร์ถ้ำมรกต 5 
:เรือด่วนจากเกาะไหง จ.กระบี่
(ทัวร์ถ้ำมรกต เกาะมุก/เกาะกระดาน/เกาะม้า/เกาะไหง
.....กลับเกาะลันตา)
990
590

6. ทัวร์ถ้ำมรกต 6 
:เรือด่วนจากเกาะไหง จ.กระบี่
(ทัวร์ถ้ำมรกต เกาะมุก/เกาะกระดาน/เกาะม้า/เกาะไหง
.....กลับเกาะไหง)
900
550

โปรโมชั่นนี้จัดให้เฉพาะผู้ซึ่งติดต่อจองทัวร์ถ้ำมรกตล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ท่องเที่ยวดอทคอม (www.thongteaw.com)
ตามหมายเลขโทรศัพท์ในกรอบทางด้านล่างเท่านั้น


     * เด็ก หมายถึง ผู้ซึ่งมีอายุตั้งแต่ ปี
     * ชาวต่างชาติเพิ่มค่าใช้จ่าย (ค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติ)
     * ค่าใช้จ่ายในโปรแกรมทัวร์ถ้ำมรกตดังข้างต้นรวม : ประกันภัย หน้ากากดำน้ำตื้น เสื้อชูชีพ อาหาร กลางวัน อาหารว่างและเครื่องดื่ม


สำรองทัวร์ถ้ำมรกต จ.ตรัง ติดต่อ : (089) 137-8702 , (084) 145-0957 , (084) 360-2913
 

โทรสาร (02) - 981-4599

กรุณาติดต่อจองทัวร์ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 - 7 วัน ขอบคุณครับ/ค่ะกรณีจองทัวร์ถ้ำมรกต จ.ตรัง ตั้งแต่ 10 ท่านขึ้นไป รับส่วนลดเพิ่มเติมพิเศษอีกทันที !!

     รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับโปรแกรมทัวร์ถ้ำมรกต จ.ตรัง 
     เงื่อนไขการจอง และการชำระเงิน

     1. บริการจองโปรแกรมทัวร์ถ้ำมรกต จ.ตรัง นี้จัดให้เฉพาะผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ท่องเที่ยวดอทคอมซึ่งติดต่อจองล่วงหน้าตามเงื่อนไขด้านล่างต่อไปนี้และมีผลตั้งแต่วันนี้ - 31 พฤษภาคม 2557
     2. โทรศัพท์ตรวจสอบที่ว่างในโปรแกรมทัวร์ถ้ำมรกต จ.ตรัง ตามหมายเลขติดต่อ (089) 137-8702 , (084) 145-0957 , (084) 360-2913 หรือ (02) 457-1605
     3. กรณีมีที่ว่างในโปรแกรมทัวร์ กรุณาชำระเงินเต็มจำนวนของค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพื่อทำการจองโปรแกรมทัวร์ถ้ำมรกต จ.ตรัง
     4. หลังจากชำระเงินค่าใช้จ่ายแล้ว กรุณาโทรแจ้งการชำระเงินตามหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อจองโปรแกรมทัวร์ถ้ำมรกต จ.ตรัง ในข้อ 2.
     5. หลังจากทีมงานตรวจสอบยืนยันการชำระค่าใช้จ่ายเสร็จเรียบร้อย ท่านจะได้รับหลักฐานยืนยันการจองภายใน 24 - 72 ชม. ทางอีเมล์ เพื่อนำไปแสดงในวันเดินทาง (กรณีที่ทีมงานตรวจสอบไม่พบการโอนค่าใช้จ่ายจริง ทีมงานจะติดต่อขอให้ท่านส่งหลักฐานการชำระค่าใช้จ่ายมาทางอีเมล์หรือแฟกซ์เพื่อทำการตรวจสอบอีกครั้ง)
     6. เว็บไซต์ท่องเที่ยวดอทคอม (www.thongteaw.com) ไม่มีความประสงค์หรือนโยบายใด ๆ ที่จะกระทำการเพื่อหลอกลวง ทุจริต หรือ ฉ้อโกงท่านในทุกกรณี หากทางเว็บไซต์ไม่สามารถสำรองโปรแกรมทัวร์ตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นนี้ให้แก่ท่านได้ ทางเว็บไซต์ยินดีคืนค่าใช้จ่ายซึ่งท่านได้ชำระไว้แล้วเต็มจำนวนให้ทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น 
      การชำระเงิน     โดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารด้านล่างนี้เท่านั้น

บัญชีออมทรัพย์ ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาเมืองทองธานีซิตี้เซ็นเตอร์ 2
ชื่อบัญชี : Thongteaw.com (ท่องเที่ยวดอทคอม)

เลขที่บัญชี : 402-222838-7


     การแจ้งยกเลิก / เปลี่ยนแปลงการจองทัวร์ถ้ำมรกต จ.ตรัง 


วันปกติ  : กรณีแจ้งยกเลิก / เลื่อนการเดินทางก่อนวันเดินทาง  7 วันขึ้นไป หักค่าดำเนินการ 290 บาทต่อ
                 นักท่องเที่ยว 1 ท่าน และหักค่าที่พักตามจำนวนคืนของโปรแกรมที่ได้เลือกไว้
               : กรณีแจ้งยกเลิก / เลื่อนการเดินทางน้อยกว่า  7 วัน ขอสงวนสิทธิ์ในการงดคืนเงินค่าโปรแกรม
                 ทัวร์  100%

เทศกาล : กรณีแจ้งยกเลิก / เลื่อนการเดินทางก่อนวันเดินทาง 10 วันขึ้นไป หักค่าดำเนินการ 290 บาทต่อ
                 นักท่องเที่ยว 1 ท่าน และหักค่าที่พักตามจำนวนคืนของโปรแกรมที่ได้เลือกไว้
               : กรณีแจ้งยกเลิก / เลื่อนการเดินทางน้อยกว่า  10 วัน ขอสงวนสิทธิ์ในการงดคืนเงินค่าโปรแกรม
                 ทัวร์  100%
               

     หมายเหตุ
-  รายละเอียดโปรแกรมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของสภาพคลื่นลม และสภาวะอากาศ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก และผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องแจ้งถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้นักท่องเที่ยวทราบล่วงหน้า

-  ราคานี้มีผลตั้งแต่ วันนี้ - 31 พฤษภาคม 2557 เท่านั้น 

     ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง >> : ที่พัก/รีสอร์ทใน จ.ตรัง

เสน่ห์แคว้นโพรวองซ์


โพรวองซ์ ดินแดนแห่งสีสันและแสงแดดอันอบอุ่น





หากพูดถึงฝรั่งเศส หนึ่งในภาพที่ดูจะติดตราตรึงใจใครหลายๆ คน คงเป็นภาพของบ้านหลังเล็กๆ ทาสีส้ม อ่อนดูอบอุ่น มุงกระเบื้องหลังคาสีน้ำตาล ตั้งอยู่เรียงรายอยู่ริมฝั่งทะเล โดยมีไร่องุ่นและเทือกเขาสูงชันเป็นฉากหลัง โพรวองซ์ (Provence) ดินแดนทางตอนใต้ของฝรั่งเศสที่อยู่ติดกับอิตาลีนั่นเอง และหากพิจารณากันดีๆ แล้ว ภาพอันคุ้นตาที่ว่าสามารถบอกจุดเด่นของโพรวองซ์ได้อย่างหนึ่ง นั่นคือ การเป็นดินแดนแห่งความหลากหลาย เริ่มจากสภาพภูมิประเทศที่สามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วนตามชื่อ เขตการปกครองอย่างเป็นทางการที่ว่า โพรวองซ์-แอลป์-โกต ดาซูร์ (Provence-Alps-Côte d’Azur) นั่นคือ เขตโพรวองซ์ หรือกลุ่มเมืองบนเนินเขา ที่เชื่อมระหว่างเทือกเขาแอลป์เข้ากับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเข้าไว้ ด้วยกัน ชาวเมืองเหล่านี้มีอาชีพหลักคือการปลูกทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ปะปนไปกับการทำไร่องุ่นเพื่อผลิตไวน์ เราจึงเห็นบ้านหลังเล็กๆสีสดใสแทรกแซมอยู่กับไร่องุ่นที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ซึ่งทิวทัศน์อันสวยงามที่ว่า ได้เคยดึงดูดศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่างเซซานน์ (Cézanne) และแวน โก๊ะห์ (Van Gogh) ให้มาปักหลักใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาแล้ว ส่วนที่สองคือส่วนเทือกเขาแอลป์ ที่โดดเด่นเรื่องกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ นอกจากสกีรีสอร์ตกว่า 300 แห่ง แล้วเขตนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อย่างการขี่ม้าชมเขา ปีนเขา ขี่จักรยาน รวมไปถึงการเล่นเครื่องร่อน เขตสุดท้ายคือโกต-ดาซูร์ กลุ่มเมืองริมชายฝั่งทะเล (โกต ดาซูร์ ภาษาฝรั่งเศสแปลว่าชายฝั่งสีน้ำเงิน) หรือที่รู้จักกันในนาม เฟรนช์ ริเวียร่า” (French Riviera) ที่มีเมืองชื่อคุ้นหูอย่างนีส (Nice) คานน์ (Cannes) และกราสส์ (Grasse)

แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามเป็นที่ขึ้นชื่อของแคว้นโพรวองซ์ 

เมืองเอ็กซองโพรวองซ์ (Aix-en-Provence)



Aix en Provence ในอดีตเคยมีฐานะเป็นถึงเมืองหลวงของแคว้นโพรวองซ์ เป็นศูนย์กลางของอำนาจ และความเจริญของแคว้น ปัจจุบันเป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของประเทศฝรั่งเศส ที่มีความเก่าแก่ถึง600 ปี ถนนสายหลักของเมือง คือ ถนนมิราโบ (le cour Mirabeau) ที่มีต้น Platane เรียงรายสองข้างทาง และมีความสวยงามมากสายหนึ่งของฝรั่งเศส เป็นที่ตั้งของร้านค้าหรูและร้านกาแฟสไตล์ฝรั่งเศสพลาดไม่ได้ที่จะไปนั่งดื่มกาแฟชมบรรยากาศที่ร้าน Les Deux Garçon ร้านกาแฟเก่าแก่ตั้งแต่ปี ค.ศ.1792 และ Aix en Provence เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยน้ำพุกว่าร้อยแห่ง ที่มีรูปร่างลักษณะต่างๆ สวยงามแตกต่างกันไป

เมืองเลโบเดอโพรวองซ์ (Les Baux de Provence)
ร้านน่ารักๆในเมืองเลโบเดอโพว้องซ์เมืองโบราณที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง ซึ่งปัจจุบันยังคงรักษาเอกลักษณ์ของบ้านเรือน ชุมชน ตลอดจน ศิลปะ และวัฒนธรรมโบราณเอาไว้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีซากปราสาทขนาดใหญ่ของอดีตเจ้าเมือง ที่แสดงถึง ความยิ่งใหญ่ในอดีตของเมืองนี้ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีส่วนร่วมในการตระเตรียมยุทโธปกรณ์ เพื่อไปรบในสงครามครูเสดความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของ Les Baux de Provence นี้เอง 
ที่ทำให้หมู่บ้านนี้ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็น จำนวนหลายล้านคนต่อปี และเป็นหมู่บ้านที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส ที่นี่ยังมีผลิตภัณฑ์และสินค้าพื้นเมืองของโพรวองซ์ด้วย


เมืองนีซ (Nice)



เมือง Nice มีความใหญ่เป็นอันดับห้า ของประเทศฝรั่งเศส อยู่ทางตอนใต้ ในแคว้นที่ชื่อว่า โพรวองซ์ แอลป์โกต ดาซูร์ (Provence-Alpes-Côte d'Azur) อยู่ระหว่างภูเขาและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีชายหาดหินที่สวยงาม เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่จะมาเดินกันอยู่ที่ถนนเรียบชายหาด " La Promenade des Anglais " (ลา โพรเมอ นาด เด ซอง เกส) ยิ่งหน้าร้อนแล้ว หาดสวย ฟ้าใส แดดดี จึงทำให้แทบจะหาที่ว่างไม่ได้เลยสำหรับชายหาดที่นี่ในย่านเมืองเก่า เมือง Nice จัดได้ว่าเป็นเมืองที่น่าเดินชมบรรยากาศแบบชาวโพรวองซ์ยิ่งนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงเช้า จะมีพ่อค้า แม่ค้า ชาวนีซซัวส์ (Niçois) นำผัก ผลไม้ ดอกไม้สด และผลิตภัณฑ์พื้นเมืองมาตั้งร้านประชันกันอย่างสวยงาม
  เมืองมาร์เซย์ (Marseille)


มาร์เซย์ เมืองใหญ่อันดับสอง และเมืองท่าอันดับหนึ่งของฝรั่งเศสมาร์เซย์ได้ชื่อว่าเป็นประตูเมดิเตอร์เรเนียนสู่ดินแดนฝรั่งเศส เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ยาวนาน ถึง2600 ปีชวนให้ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะล่องเรือเพื่อชมคุกเก่า (Château d’If) สมัยศตวรรษที่ 15 ชมพระราชวัง (Le Palais Longchamp) มหาวิหาร นอทเทอดาม เดอ ลาการ์ด (Notre Dame de la Gard) บ้านเรือนที่เต็มไปด้วยศิลปะในเขตเมืองเก่า และพลาดไม่ได้ที่จะเยี่ยมชมความยิ่งใหญ่ของสโมสรโอลิมปิค มาร์เซย์” (OM)อดีตแชมป์ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียนลีคปี 1993
เมืองอาวิญญง (Avignon)
เมืองประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำโฮน (Rhône) และเป็นที่ตั้งของพระราชวังของพระสันตะปาปา (Palais des Papes) ที่ได้ย้ายที่พำนักมาที่นี่ จำนวน พระองค์ (ค.ศ.1309-1423) Avignon เป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้า ศาสนา ศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของแคว้นนอกจากนี้ยังมีสะพานที่มีชื่อเสียง คือ สะพานเซนต์เบเนเซ่ (Pont Saint-Bénézet) หรือที่หลายคนเรียกว่า สะพานแห่งเมืองอาวิญญง (Pont d’Avignon) หรือสะพานหัก สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1177
ปง ดู การ์ (Pont du Gard)
หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่ชาวโรมันสร้างเมื่อ 2000 ปีมาแล้ว คือทางส่งน้ำซึ่งมีความยาว 275 เมตรสามารถส่งน้ำได้ 34.8 ล้านลิตรต่อวัน ปงดูการ์ เป็นสะพานส่งน้ำจุดหนึ่งในการส่งน้ำระหว่าง เมือง Uzès และเมืองNîmes ซึ่งมีระยะทางถึง 50 กิโลเมตร ชาญฉลาดของชาวโรมันที่สามารถนำหินซึ่งมีน้ำหนักถึง ตันมาประกอบกันเป็นสะพานส่งน้ำ ที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม จวบจนปัจจุบันได้นำนักท่องเที่ยวถึง 1.25 ล้านคนต่อปี มาเยี่ยมชมความเร้นลับ อัศจรรย์ของปงดูการ์แห่งนี้ Pont du Gard ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากUNESCO เมื่อปี 1985
 เมืองลิล ซูร์ ลา ซอร์จ (L'Isle sur la Sorgue)
เป็นเมืองหนึ่งที่ไม่ควรพลาดใน Provenceสำหรับคนที่ชอบของเก่า เมืองนี้มีร้านของเก่าAntiquité กว่า 300 ร้านค้า และยังมีลำธารที่มีต้นกำเนิดมาจาก La Sorgue ไหลผ่านกลางเมือง วันนี้เมือง L’Isle sur la Sorgue เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกในหมู่คนรักและสะสมของเก่า ในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ และ ทุกวันที่ 15 สิงหาคมของทุกปี จะมีตลาดนัดคนขายของเก่ากว่า 500 ร้านค้า จากทั่วโลกมาแนะนำและขายของเก่าให้กับลูกค้าด้วย

 วาลองโซล และ เลย์ กอร์จ ดู แวร์ดง (Valensole et Les Gorges du Verdon )
แคนยอนที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป หรือที่ชาวฝรั่งเศสเรียกว่าสวรรค์บนดิน จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก Les Gorges du Verdon ที่นี่เราจะได้เห็นสายน้ำสุดลูกหูลูกตา ท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์ โดยการอนุรักษ์เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งสำคัญของฝรั่งเศสเลย ยามอากาศดี เราจะเห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมาก มาพักผ่อนหย่อนใจ บ้างก็ปิคนิค หรือมาเล่นเรือถีบ เรือแคนนู ชมความงามของแคนยอนแห่งนี้ ใกล้กับ กอร์จ ดู แวร์ดง เราสามารถไปชมความงามของทุ่งลาเวนเดอร์ตลอดสองข้างทาง ในเขตเมือง Valensole แหล่งปลูกลาเวนเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส






ยังมีสถานที่อื่นที่น่าสนใจอีกหลายแหล่งอีกให้คุณได้สัมผัสในเมืองโพรวองซ์

วิธีทำน้าสลัดครีม

วิธีทำน้ำสลัด

- สลัดน้ำข้น –
ส่วนผสม
  1. ไข่ไก่ (เอาเฉพาะไข่แดงนะ) 2 ฟอง
  2. เกลือป่น 1 1/2 ช้อนชา
  3. น้ำมันพืช 1 1/2 ถ้วยตวง
  4. นมข้น 5 ช้อนกินข้าว
  5. น้ำส้มสายชูผสมน้ำมะนาว 1/2 ถ้วย
  6. น้ำตาลทราย 5 ช้อนกินข้าว
วิธีทำ
  • ตีไข่แดงและน้ำตาลทรายจนฟู
  • แล้วใส่เกลือ และน้ำส้มสายชูที่ผสมน้ำมะนาว ตีให้เข้ากัน
  • หลังจากนั้น ให้ค่อยๆ เทน้ำมันพืชลงไป พร้อมกับตีให้เร็วๆ จนเข้ากัน
  • แล้วเติมนมข้นลงไป ตีให้แรงๆ และเร็วๆ
  • เมื่อเข้ากันดีแล้ว ก็ชิมรสตามใจชอบ
- สลัดน้ำใส -
ส่วนผสม
  1. ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนกินข้าว
  2. น้ำมะนาว 1 ช้อนกินข้าว
  3. น้ำตาลทราย 6 ช้อนกินข้าว
  4. มัสตาร์ดผง 1/2 ช้อนชา
  5. กระเทียมสับละเอียด 1/2 หัว
  6. น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง
  7. น้ำมันพืช 1/2 ถ้วยตวง
  8. เกลือป่น 3 ช้อนชา
  9. พริกไทย 1 ช้อนชา
วิธีทำ
  • นำส่วนผสมทุกอย่าง มาผสมรวมกัน
  • แล้วตีให้เข้ากัน
ชิมดูให้ออกรสเปรี้ยว – เค็ม – หวาน เป็นอันว่าใช้ได้

รวมสูตรน้ำสลัด

สูตรน้ำสลัดทาวน์แซน ไอซ์แลนด์
ส่วนผสมน้ำสลัดทาวน์แซน ไอซ์แลนด์
  1. มายองเนส 2 ถ้วย
  2. ไข่แดงต้ม 4 ฟอง
  3. หอมหัวใหญ่  1/2 ถ้วย
  4. นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ
  5. ซอสมะเขือเทศ 1/2 ถ้วย
  6. ซอสพริก 1/4 ถ้วย
วิธีทำน้ำสลัดทาวน์แซน ไอซ์แลนด์
  • เอาหอมหัวใหญ่มาซอยให้ละเอียด และนำไข่แดงต้มมายี่ให้ละเอียด
  • แล้วเอามายองเนส ไข่แดง หอมหัวใหญ่ซอย นมข้นหวาน ซอสมะเขือเทศ และซอสพริกมาผสมให้เข้ากันเป็นอันเสร็จ
สูตรน้ำสลัดครีมแคลอรี่ต่ำ
ส่วนผสมน้ำสลัดครีมแคลอรี่ต่ำ
  1. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ  1 ถ้วย
  2. พริกไทย 1/2 ช้อนชา
  3. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำมันสลัด 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ
  6. กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
วิธีทำน้ำสลัดครีมแคลอรี่ต่ำ
นำส่วนผสมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ พริกไทย น้ำตาลทราย น้ำมันสลัด น้ำส้มสายชู กระเทียมสับ ใส่ในเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียด
สลัดกุ้งโยเกิร์ต

เครื่องปรุง
1. ผักกาดแก้ว หรือ ผักสลัด
2. แตงกวา
3. มะเขือเทศสีดา หรือ มะเขือเทศราชินี
4. แครอท
5. ข้าวโพด
6. เม็ดถั่วลันเตา
7. ลูกเดือย
8. แอปเปิ้ลเขียว หรือ แอปเปิ้ลแดง
9. สับปะรด
10. กุ้งขาว
11. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ พร่องมันเนย
วิธีทำ
สุดแสนจะง่ายครับ ตั้งน้ำให้เดือด เอากุ้งที่ล้างสะอาดเอาหัวผ่าเอาเส้นดำๆออกแล้วนั้นมาลวก อ้อ…ลวกกุ้งก็ไม่ต้องสุกมากนะครับ กุ้งสุกมากกินไม่อร่อย ต้องให้มันกรุบๆไว้ครับ
จากนั้นก็ล้างผักผลไม้ที่เตรียมมา จัดให้สวยงาม หั่นให้พอดีคำครับ จากนั้นเอากุ้งมาวางๆ ปาดโยเกิร์ตราด ก็ทานได้แล้วครับ
สลัดผักน้ำมันงา

เครื่องปรุงน้ำสลัด
1. น้ำส้มญี่ปุ่น
2. น้ำตาลทราย
3. ซีอิ๊วญี่ปุ่น
4. น้ำมันงา
5. งาขาวคั่วปั่น
ปล. ผักเลือกเอาตามใจชอบครับ แต่เมนูนี้หากมีสาหร่ายและผักญี่ปุ่นจะเยี่ยมเลยครับ
วิธีทำ
ผสมน้ำส้มญี่ปุ่น, ซีอิ๊ว, น้ำมันงา, น้ำตาลทราย และ งาขาวคั่วปั่นเข้าด้วยกัน คนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งน้ำตาลทรายละลาย เป็นอันเสร็จสรรพ
(((กินกับสาหร่ายสดทั้งเขียวและแดง หรือผักญี่ปุ่นอื่น ๆ ตามชอบ ซึ่งต้องล้างสาหร่ายด้วยเกลือให้สะอาด แล้วโปะน้ำแข็งประมาณ 10 นาที เพื่อให้ได้ความกรอบ เวลากินใช้วิธีจิ้มน้ำสลัดทีละคำ)))

ใช่เวลาในช่วงปิดเทอมให้คุ้ม

ใช้ช่วงเวลาปิดเทอมอย่างไรให้คุ้มค่า
ใกล้เวลาปิดเทอมใหญ่เข้ามาแล้ว พ่อแม่หลายๆ ท่าน อาจยังวิตกกังวลกับการต้องดูแลลูกๆ ในช่วงปิดภาคเรียน ไหนจะมีภาระงานที่ต้องสะสางทุกวัน แล้วยังต้องกังวลกับเจ้าตัวเล็ก ว่าจะให้ทำกิจกรรมอะไรในช่วงหยุดยาวๆ ดี ครั้นจะไม่หากิจกรรมใดๆ ให้ทำ ก็เกรงว่าจะเอาแต่จ่อมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือทีวี ซึ่งล้วนแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กๆ ทั้งนั้น
เรามีข้อมูลจาก ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย มานำเสนอให้กับคุณพ่อคุณแม่ เพื่อให้ใช้เวลาในช่วงปิดเทอมสำหรับลูกๆ ให้คุ้มค่ามาฝาก
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ บอกไว้ว่า ในช่วงปิดเทอมระยะเวลายาวนานนี้ หากพ่อแม่ยังไม่มีแผนการใดๆ โดยคิดว่าปิดเทอมนี้ให้ลูกอยู่บ้านพักผ่อนบ้าง เนื่องจากเรียนหนักมามากพอแล้วตลอดปีที่ผ่านมาแล้ว...นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน เพราะการไม่ได้วางแผนใช้เวลาอย่างดีเพียงพอจะนำมาซึ่งการสูญเสียโอกาสในการพัฒนาชีวิต เด็กๆ อาจใช้เวลาเรื่อยเปื่อยไปวันๆ โดยไม่ได้เกิดประโยชน์ใดๆ เช่น อยู่บ้านใช้เวลาไปกับการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ มีทีวีเป็นเพื่อน กินๆ นอนๆ อยู่กับบ้าน ฯลฯ ทั้งๆ ที่ในวัยเด็กเป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็นและมีพลังในการเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัด การส่งเสริมในทางที่ถูกต้องจะนำมาซึ่งการพัฒนาการของเด็กอย่างเต็มศักยภาพ
การใช้เวลาไปในทางที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่ที่ต้องทำงานจึงไม่สามารถอยู่กับลูกได้ตลอดเวลา ลูกอาจรู้สึกเบื่อหน่าย เหงา ไม่มีอะไรทำ จึงอาจไปเที่ยวเตร่ คบเพื่อนไม่ดี ถูกชักจูงไปในทางที่เสียหายได้โดยง่าย เช่น เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด การพนัน มั่วสุมในร้านเกม เป็นต้น
ดังนั้น พ่อแม่จึงต้องรับบทบาทเพิ่มขึ้นในการดูแลลูกอย่างใกล้ชิด โดยการสวมบทบาทเป็น “ผู้จัดการส่วนตัว” ในการจัดสรรเวลาให้กับลูกอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งสวมบทบาทแทนโรงเรียนในการจัดกิจกรรม หลักสูตรการเรียนรู้ต่างๆ ให้กับลูกได้เรียนรู้และพัฒนาอย่างเต็มที่ตามแต่ละช่วงวัย
เริ่มจากสำรวจลูกมีความชอบหรือถนัดในด้านใดเป็นพิเศษ
พ่อแม่ควรรู้จักลูกของตนว่ามีความชื่นชอบหรือมีความถนัดในทักษะด้านใดเป็นพิเศษ อาทิ ความถนัดในด้านกีฬา ดนตรี เต้นรำ คอมพิวเตอร์ ภาษา ฯลฯ เพื่อส่งเสริมความสามารถของลูกในด้านที่ถนัดให้เด่นชัดและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านการใช้เวลาฝึกฝนในช่วงปิดเทอม
หากยังไม่แน่ใจว่าลูกมีความถนัดหรือความสามารถพิเศษในด้านใด พ่อแม่สามารถพูดคุยแนะนำในการฝึกฝนพัฒนาทักษะต่างๆ ผ่านทางหนังสือ ทีวี หรือพาไปดูของจริง เช่น พาลูกไปดูการแข่งขันกีฬา การฝึกฝนกีฬาในโรงยิมฯ พาลูกไปดูการซ้อมดนตรี เป็นต้น เพื่อให้ลูกได้ค้นพบสิ่งที่ตนเองถนัดและชื่นชอบผ่านประสบการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม ในเด็กแต่ละช่วงวัยหรือแม้แต่ในเด็กแต่ละคนนั้น ย่อมมีทักษะความสามารถที่แตกต่างกันไป เด็กที่มีทักษะในการเคลื่อนไหวร่างกายที่ดีย่อมส่งผลในการเล่นกีฬาประเภทต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ในขณะที่เด็กบางคนอาจร้องเพลง เล่นดนตรี หรือเขียนภาพได้ดี ดังนั้น พ่อแม่จึงไม่ควรบังคับให้ลูกเรียนหรือเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในขณะที่ยังไม่รู้จักลูกของตนอย่างแท้จริง
สำรวจลูกมีจุดอ่อนและข้อบกพร่องในด้านใดที่ต้องรับการแก้ไข
พ่อแม่ควรสำรวจลูกของตนด้วยว่ามีจุดอ่อนในเรื่องใดที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพื่อที่จะใช้เวลาในช่วงปิดเทอมนี้เป็นโอกาสสำคัญในการแก้ไขหรืออุดจุดอ่อนดังกล่าวของลูกให้กลายเป็นจุดแข็ง อาทิ จุดอ่อนในเรื่องความมีระเบียบวินัย เช่น ลูกชอบนอนตื่นสาย เก็บข้าวของไม่เป็นระเบียบ ชอบผลัดวันประกันพรุ่ง ฯลฯ
จุดอ่อนด้านบุคลิกภาพ เช่น กิริยามารยาทในการเข้าสังคม การรับประทานอาหาร การเข้าหาผู้ใหญ่
จุดอ่อนในเรื่องความไม่มั่นใจในตนเอง อาทิ ความกลัวในการยืนหรือพูดต่อหน้าคนหมู่มาก กลัวไม่กล้าที่จะอาสาตัวเป็นผู้นำ
จุดอ่อนด้านลักษณะนิสัย อาทิ เอาแต่ใจตนเอง ไม่คำนึงถึงผู้อื่น เห็นแก่ตัว
จุดอ่อนด้านการเรียน อาทิ ลูกมีปัญหาด้านการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สอบทีไรได้คะแนนคาบเส้น หรือต้องสอบซ่อมในทุกครั้ง
สำรวจหากิจกรรมต่างๆ ไว้เป็นฐานข้อมูลในการเลือก
ปัจจุบันมีทางเลือกที่หลากหลายสำหรับพ่อแม่ในการเลือกสรรกิจกรรมต่างๆ ให้กับลูกในช่วงปิดเทอม ไม่ว่าจะเป็นการจัดค่ายสำหรับเด็กในช่วงปิดเทอม โดยหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน หรือโรงเรียนของลูกเป็นผู้จัด อาทิ ค่ายวิทยาศาสตร์ ค่ายภาษาอังกฤษ หรือหลักสูตรการเรียนพิเศษกวดวิชาเพื่อเพิ่มเกรดหรือติวเข้าโรงเรียนดัง รวมทั้งคอร์สเรียนพิเศษในวิชาอื่นๆ เช่น ดนตรี กีฬา คอมพิวเตอร์ เป็นต้น
พ่อแม่ควรสำรวจกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้พร้อมบันทึกเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลในการพิจารณาเลือกให้ลูก โดยการเสาะหาตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนลูกปิดเทอม ทั้งจากการไปดูสถานที่จริง โฆษณาในวารสาร แผ่นพับ ทีวี อินเทอร์เน็ต หรือสอบถามจากทางโรงเรียน ครูอาจารย์ เพื่อนผู้ปกครอง รวมทั้งญาติพี่น้องที่เคยส่งบุตรหลานเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
ปัจจัยสำคัญที่พ่อแม่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจเลือกกิจกรรมให้กับลูกนั้น ได้แก่ ความน่าเชื่อถือของหน่วยงานที่จัด ครูผู้สอน ความปลอดภัยในสถานที่ อุปกรณ์ และการจัดกิจกรรม ประโยชน์ที่ลูกได้รับ ความคุ้มค่าคุ้มราคากับเงินที่เสียไป ความสะดวกในการเดินทาง เป็นต้น ทั้งนี้การเลือกสรรกิจกรรมให้ลูกนั้นควรเป็นไปด้วยความสมัครใจและให้ลูกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วยเช่นกัน
พ่อแม่ไม่ควรเลือกกิจกรรมให้กับลูกโดยอิงไปตามแฟชั่นค่านิยมในสังคมหรือตามกระแสภาพยนตร์ ที่กำลังมาแรง โดยไม่คำนึงถึงความชอบของลูกหรือประโยชน์ความคุ้มค่าที่ได้รับ หรือพยายามกดดันลูกอย่างหนักให้เรียนพิเศษแต่เพียงอย่างเดียว แต่ในการพิจารณาเลือกกิจกรรมหรือหลักสูตรวิชาต่างๆ ให้ลูกได้เรียนในช่วงปิดเทอมนั้น พ่อแม่ควรมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนว่าต้องการให้ลูกได้รับประโยชน์ในด้านใด เช่น ประโยชน์ในการพัฒนาทักษะที่มีความจำเป็นในโลกอนาคต เช่น การเรียนภาษาอังกฤษ ภาษาจีน หลักสูตรคอมพิวเตอร์ ที่มีความสำคัญในการศึกษาและประกอบอาชีพต่อไปในอนาคต ประโยชน์ในการเสริมพื้นฐานในการเรียน เพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจในวิชาที่เป็นจุดแข็ง ช่วยเหลือและแก้ไขในวิชาที่เป็นจุดอ่อนของลูก ดังที่ได้กล่าวไปแล้วในตอนต้น
ประโยชน์ในการเสริมสร้างลักษณะชีวิต โดยพ่อแม่อาจส่งลูกไปเข้าค่ายต่างๆ ที่มีบริบทของการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน การทำงานเป็นทีม เพื่อเสริมสร้างลักษณะชีวิตที่ดีงาม อาทิ การมีระเบียบวินัย ความเสียสละ การมีจิตสาธารณะ รวมทั้งฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ในการเข้าสังคม เช่น การเป็นผู้นำ การพูดต่อหน้าชุมชน เป็นต้น
ประโยชน์ในด้านสุขภาพร่างกาย โดยการฝึกฝนทักษะกีฬาประเภทต่างๆ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เช่น ว่ายน้ำ ฟุตบอล มวยไทย เทควันโด ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ในด้านสุขภาพพลานามัยแล้ว กีฬาบางประเภทยังเป็นการฝึกฝนทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ การป้องกันตัว ฝึกฝนการทำงานร่วมกันเป็นทีม การรู้แพ้รู้ชนะ ความมีน้ำใจนักกีฬา ด้วยเช่นกัน
สมดุลในการใช้เวลา
ระยะเวลาในช่วงปิดเทอมที่จำกัด พ่อแม่ไม่ควรยัดเยียดกิจกรรมต่างๆ ให้ลูกมากเกินไป เช่น ส่งให้ลูกไปเรียนพิเศษวิชาคณิตศาสตร์อย่างเดียวตั้งแต่เช้าถึงค่ำ จัดโปรแกรมอัดแน่นให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษตอนเช้า เรียนดนตรีตอนบ่าย เรียนว่ายน้ำตอนเย็น เรียนเสริมคณิตศาสตร์ในตอนค่ำ ฯลฯ อาจส่งผลให้ลูกเกิดความเครียด เหนื่อยล้า เกิดความเบื่อหน่ายไม่อยากเข้าเรียนหรือเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในที่สุด
พ่อแม่จึงควรจัดตารางเวลาในช่วงปิดเทอมให้กับลูกอย่างสมจริงมีความครบถ้วนสมดุลในทุกมิติของชีวิต ทั้งด้านสุขภาพร่างกาย การพักผ่อนหย่อนใจ การเดินทางท่องเที่ยว การใช้เวลากับเพื่อนฝูง ครอบครัว ญาติพี่น้อง ฯลฯ โดยการให้ลูกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการทำตารางเวลาร่วมกัน ว่าตลอดช่วงระยะเวลาปิดเทอมนี้ลูกจะทำอะไรบ้าง คล้ายๆ กับการจัดตารางสอนในโรงเรียนของลูก เพื่อให้ลูกใช้เวลาในช่วงปิดเทอมใหญ่นี้อย่างมีเป้าหมายรู้ว่าในแต่ละวันนั้นเขาต้องทำอะไร โดยพ่อแม่ควรติดตามประเมินผลการใช้เวลาของลูกอย่างใกล้ชิด อาจด้วยการสอบถามหรือให้ลูกจดบันทึกการใช้เวลาให้พ่อแม่ดูในแต่ละวันว่าลูกได้เรียนรู้สิ่งใหม่ในเรื่องใด อะไรที่เป็นปัญหาสำหรับลูก และลูกมีแนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าวนั้นอย่างไร โดยอาจเป็นในรูปแบบของการจดไดอารี่และมีการให้รางวัลแก่ลูกหากสามารถจดบันทึกได้อย่างครบทุกวันตลอดในช่วงปิดเทอม
ทั้งนี้ พ่อแม่ไม่ควรลืมที่จะเตรียมพร้อมในเรื่องของ “ค่าใช้จ่าย” ด้วยเช่นกัน โดยการวางแผนล่วงหน้าก่อนที่ลูกจะปิดเทอม เพราะหากไม่เตรียมการล่วงหน้า อาจนำมาซึ่งความฉุกละหุก เนื่องจากไม่สามารถจัดหาค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มาได้อย่างเพียงพอ
สุดท้ายพ่อแม่ควรมองว่าช่วงเวลาในการปิดเทอมของลูกนั้น แท้จริงแล้วเป็นโอกาสอันดีในการที่ลูกจะสามารถอยู่ใกล้ชิดกับพ่อแม่มากยิ่งขึ้น พ่อแม่ไม่ควรมองว่าการปิดเทอมเป็นภาระที่จะต้องหาคนมาช่วยดูแลหรือต้องหากิจกรรมต่างๆ มาให้ลูกทำในระหว่างที่พ่อแม่ไปทำงานเท่านั้น แต่ควรมองว่าเป็นเวลาทองที่จะมีโอกาสได้ใช้เวลาร่วมกันกับลูกอย่างเต็มที่ เช่น ในกรณีที่พ่อแม่เป็นเจ้าของกิจการ หรือประกอบอาชีพอิสระ พ่อแม่สามารถพาลูกไปในที่ทำงาน หรือติดตามตนไปทำงานนอกสถานที่ด้วยกัน เพื่อให้ลูกได้เห็นบริบทการทำงานจริงของพ่อแม่ว่าเหนื่อยยากเพียงใด ได้เรียนรู้และรับการถ่ายทอดวิธีการทำงานของพ่อแม่รวมทั้งพ่อแม่เองสามารถใช้ช่วงเวลาดังกล่าวในการอบรมสั่งสอนลูกได้จากตัวอย่างจริง วางแผนลาพักร้อนยาวพาลูกไปท่องเที่ยว หรือไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัดร่วมกัน จัดทำโครงการระยะยาวร่วมกันกับลูกในช่วงปิดเทอม อาทิ มอบหมายให้ลูกทาสีรั้วบ้าน ปลูกผักสวนครัว ซ่อมข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน
เพียงเท่านี้ช่วงเวลาปิดเทอมใหญ่ย่อมกลายเป็นช่วงเวลาที่เกิดประโยชน์คุ้มค่าอันนำมาซึ่งความสุขความประทับใจให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัว ทั้งในด้านการพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถของลูก การที่ลูกได้ทำในสิ่งที่ตนเองถนัดและชื่นชอบ รวมทั้งการที่พ่อแม่เองจะได้มีโอกาสใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับลูกมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

ลดความอ้วนไม่พึ่งยา สูตรธรรมชาติ 3 วันลง 4 กก.

ลดความอ้วนไม่พึ่งยา สูตรธรรมชาติ 3 วันลง 4 กก.

สูตรลดความอ้วน3วัน
เราเชื่อว่า คงไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่อยากมีหุ่นผอมเพรียว เพราะฉะนั้นหลายคนจึงตั้งหน้าตั้งตาลดน้ำหนักอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งอดอาหาร ออกกำลังกายอย่างหนัก ซึ่งวิธีการเหล่านี้ล้วนสร้างความลำบากให้สาวๆ ไม่น้อย
แต่ความจริงๆ ยังมีอีกหลายวิธีที่ลดน้ำหนักได้ง่ายๆ ภายในเวลาอันรวดเร็ว หากคุณเข้มงวดกับตัวเอง และเอาจริงเอาจัง การลดความอ้วนแบบไม่ต้องพึ่งยาให้เสียสุขภาพและเสียเงินทองโดยใช่เหตุ ซึ่งยาลดความอ้วนปัจจุบันทาง คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็ออกมาเตือนมากมายว่าอันตรายและไม่ควรไปซื้อมาทานเด็ดขาด บางสินค้าก็ใช้พรีเซนเตอร์ที่โฆษณาเกินจริง แถมยังหัวใสหลอกผู้บริโภคด้วยการโฆษณาแบบศรีธนญชัยอีกด้วย

ทั้งนี้ ตุ๊ก กชพรรณ อนันต์ชล แม่บ้านลูก 3 คนที่ใช้สูตรลดน้ำหนัก 7 วัน: สามารถลดน้ำหนัก 4-5 กิโลกรัม ภายใน 3 วัน กล่าวว่า ได้เข้าไปดูในเว็บไซต์แห่งนึงได้เขียนสูตรไว้ ตนจึงนำเอามาทำตามบ้าง โดยสูตรนี้ได้ระบุว่า สูตรควบคุมน้ำหนักนี้ทำเพื่อให้รสชาติอาหารถูกปากคนไทยอย่างเราค่ะ โดยรับประทาน 3 วันต่อ เนื่องเช่นกัน จากนั้นจะหยุดมารับประทานตามปกติ แล้วค่อยมาเริ่ม 3 วันต่อเนื่องใหม่ อีกสักรอบสองรอบตามที่ต้องการก็ไม่มีปัญหา ซึ่งจะเป็นการปรับกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลงด้วย
176171

สูตรลดน้ำหนัก 3 วัน

วันที่ 1
  • อาหารเช้า ด้วย น้ำส้ม (หรือชา/กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาลสำหรับคนที่ชอบทานตอนเช้า) หรือ  ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน ผลไม้ 1 อย่าง
  • อาหารกลางวัน เริ่มที่ น้ำส้ม หรือ  ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน และ ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*
  • อาหารเย็น น้ำส้ม ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน เนื้อไม่ติดมัน ย่างหรือนึ่ง ห้ามใช้น้ำมัน
วันที่ 2
  • อาหารเช้า น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่นไข่ต้ม 1 ฟอง ผลไม้
  • อาหารกลางวัน น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน ผลไม้
  • อาหารเย็น น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน
วันที่ 3
  • อาหารเช้า น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ผลไม้ โยเกิร์ต ส่วน
  • อาหารกลางวัน น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟองผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน
  • อาหารเย็น น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ปลา/เนื้อนึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน
“สูตรนี้มันลงจริง เป็นสูตรของคนอื่น ตอนแรกก็ไม่เชื่อนะว่าจะทำให้น้ำหนักลงจริง แต่ภายใน3วัน ก็ทำให้เราเห็นผล ช่วงแรกทรมานมากเพราะหิว แต่พอทำๆไป ก็ชิน ตอนแรกอ้วนมาก 75 กก. ลงเหลือ 71 กก. ลงไปแล้ว 4 กก. แค่ 3 วัน ตอนนี้กำลังจะลงไปอีก กะให้แตะเลข 6 ซึ่งไม่ต้องไปพึ่งยาลดความอ้วนเลย”
ตุ๊ก –กชพรรณ กล่าว